การกลับมาของปลาการ์ตูน

ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

นี่แน่ะ ๆ เฮ้ย !”

ผมอุทานใต้น้ำ ยามเมื่อกำลังหันไปฟาดฟันกับปลานกขุนทอง เขียวพระอินทร์ ตัวหนึ่ง ขณะที่อีกตัวชะแว้บเข้ามาข้าง ๆ ก่อนอ้าปากอ้ำปลาการ์ตูนตัวน้อยเข้าไปในปาก เห็นเพียงหัวโผล่มานัยน์ตาเหลือกราน

เข้าไปสิวุ้ย ผมพยายามต้อนปลาน้อยอีกสองตัวให้เข้าไปในดอกไม้ทะเล
แต่พวกเธอไม่ยอม
คล้ายเกิดมาไม่รู้จัก ดอกไม้ทะเลอะไรเหรอ ? ลอยตุ๊บป่องอยู่ตรงนี้ดีกว่า
จ๊าก
!

ใช้เวลาอีกเพียงไม่กี่วินาที ปลาน้อยทั้งคู่หายไปในพุงของปลานกขุนทอง
ผมส่ายหน้าก่อนเขยิบมาดูอีกกอ
นีโมฝูงนี้ตัวใหญ่หน่อย
เกินขนาดปากปลานกขุนทอง คงรอดได้นะเนี่ย แต่
นั่นอะไร ? เฮ้ยปลาเก๋าปลากะพง บุฟเฟ่ต์ใต้ทะเลหรือไงเพ่

ตลอดบ่ายวันนั้น ปลากินเนื้อทุกตัวที่แนวปะการังเกาะห้า จังหวัดกระบี่ ล้วนอิ่มหนำสำราญจากปลาการ์ตูนที่เรานำมาปล่อย ส่วนนักปล่อยต่างกลับมาด้วยความเศร้าสร้อย ปล่อยปลาหรือเลี้ยงอาหารปลานะเนี่ย

ปลาการ์ตูนปลาสลิดหินกลุ่มหนึ่ง ทั้งโลกมี 28 ชนิด ในไทยพบ
7 ชนิด เป็นปลาที่มีวิวัฒนาการพิเศษ สามารถอาศัยอยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเล
โดยที่ปลาอื่นไม่กล้าเข้ามารุกราน
เพราะเกรงกลัวเข็มพิษของดอกไม้ทะเล นั่นคือสิ่งที่ผมรู้จากหนังสือ

นีโมปลาการ์ตูนส้มขาวแสนน่ารัก ต้องผจญภัยตามบทบาทของพระเอก
Finding Nemo ภาพยนต์อนิเมชั่นทำรายได้สูงสุด ทั้งที่เนื้อหาพยายามสื่อให้เห็นถึงความลำเค็ญของปลาน้อยยามต้องจากบ้านมาอยู่ในตู้ แต่อีกกระแสหนึ่งเกิดขึ้น เด็ก ๆ
ทั่วโลกคิดว่านีโมคือสัตว์เลี้ยง
ต่างพากันซื้อหามาเลี้ยงยกใหญ่

ในไทยราคานีโมในตลาดซันเดย์ อยู่ที่ 40-50 บาท หลังภาพยนต์จนถึงปัจจุบัน
ราคาพุ่งกระฉูดเป็นกว่าหนึ่งร้อยบาท
ยังเป็นปลาทะเลที่คนรู้จักดีสุด จึงเป็นที่ต้องการของอะควอเรี่ยมทั่วโลก

นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลไทยพากันศึกษา เพื่อดูผลกระทบที่เกิดขึ้น
เราพบว่านีโมอาศัยอยู่เฉพาะทะเลอันดามัน
(มีรายงานในอ่าวไทยบ้างแต่น้อยมากและเป็นเฉพาะจุด) ปลาการ์ตูนอีกชนิดที่มีจำนวนมากใกล้เคียงนีโมคือ
อินเดียนแต่เป็นปลาน้อยสีตุ่นไม่เร้าใจ

ในสภาพธรรมชาติ แนวปะการังที่ได้รับการปกป้องอย่างดี สัดส่วนของนีโมและอินเดียนมีใกล้เคียงกัน แต่ในแนวปะการังบางแห่งที่เคยมีรายงานว่ามีนีโมอยู่มาก
ถูกรุกรานโดยนักจับปลา
สัดส่วนจึงผิดแปลกไป
กลายเป็นอินเดียนห้าร้อยตัว
มีนีโมเหลือแค่สองสามตัว

ปลาการ์ตูนเป็นสัตว์น้ำที่อยู่เป็นแหล่ง ไม่ว่ายจากเกาะหนึ่งไปอีกเกาะ
ตัวอ่อนเป็นแพลงก์ตอนแม้จะลอยน้ำแพร่กระจาย
แต่ถ้าพ่อแม่ถูกลุยเรียบทะเล
ปริมาณตัวอ่อนย่อมหาย
โอกาสที่นีโมจะกลับมาในพื้นที่ใหม่เป็นไปได้ยากชะมัด แล้วธรรมชาติเดือดร้อนไหมอาจเดือดบ้าง
แต่ที่เดือดร้อนจริงคือพวกเรา
เพราะนีโมล้วนเป็นที่สนใจของนักเที่ยวดำน้ำ
เหลือแต่ดอกไม้ทะเลตุ่น ๆ
กับปลาอินเดียนสีไม่ชวนฝัน
ความงามความประทับใจต่อโลกใต้ทะเลย่อมหดหาย
มาแล้วอยากมาอีกเหรอไม่เอาแล้ว

กรมประมง โดยศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
จังหวัดกระบี่ ได้พยายามเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูน
จนประสบความสำเร็จ ผมเจอพี่ไพบูลย์ หัวหน้าสถานี พี่เค้าบอกว่าเพาะได้ 13 ชนิดแล้วครับอาจารย์
(บางสายพันธุ์ไม่มีในไทย) เราพยายามจะส่งเข้ากรุงเทพและเมืองนอก
เพื่อลดความต้องการของปลาจากท้องทะเล
อีกทั้งยังช่วยให้ผู้คนมีอาชีพใหม่
สร้างรายได้สู่ท้องถิ่น

เมื่อเพาะได้ เดือนละหลายพันตัว ย่อมมีแนวคิด ทำไมเราไม่คืนปลาสู่ทะเลบ้าง
เพราะเราทราบดีว่าปลาถูกจับไปจากทะเล
กรณีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อสัตว์น้ำจากซันเดย์หรือร้านขายปลามาปล่อย เพราะยิ่งซื้อเท่ากับส่งเสริมให้ยิ่งจับ
เรานำเฉพาะปลาการ์ตูนที่เพาะได้มาปล่อย
เป็นสายพันธุ์เดียวกัน พ่อแม่ก็มาจากทะเลกระบี่นั่นแหละ

ผมนิยมการรักษามากกว่าการฟื้นฟู แต่เมื่อมองเหตุและผล รู้สึกว่าเราอยากเข้าไปช่วยบ้าง
เมื่อปลายปี
2546 เราจึงไปปล่อยปลากัน เรา หมายถึงกรมประมงเป็นโต้โผ พิมาลัยรีสอร์ทที่พักสุดหรูในเกาะลันตา ช่วยเป็นผู้สนับสนุนตลอดรายการ มีนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลอันได้แก่ผมและลูกศิษย์คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมกับนักดำน้ำอาสาสมัครบนเกาะลันตาและพี่โนแห่ง Oceanic Thailand
ผมเคยสงสัยมาเนิ่นนาน ปล่อยปลาล้านตัว
รอดกี่ตัวจ๊ะ
? ปล่อยลูกเต่าลงทะเล รอดบ้างไหมเอ่ย ? แต่การติดตามเพื่อนับจำนวนผู้รอดตาย ทำไม่ได้ในกรณีนั้น แต่ทำได้ในกรณีปลาการ์ตูน
เพราะพวกเขาอยู่เป็นที่
เมื่อปล่อยเสร็จจึงให้นิสิตนับ
ก่อนพบตัวเลขน่าสะพรึง ภายในไม่กี่วัน
ปลาหลายพันเหลือเพียง
2 ตัว

นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ผมเริ่มคิดเช่นนั้น ทราบดีกว่ากระแสอนุรักษ์ทะเลมาแรงและคงแรงต่อไป เอกชนหลายรายเข้ามาติดต่อ อยากทำโน่นนี่ให้ทะเล
ใครต่อใครล้วนอยากฟื้นทะเล
สมัยก่อนเราปล่อยหอยมือเสือ
แต่หอยปล่อยยากแถมไม่น่ารัก สู้นีโมไม่ได้
ในอนาคตต้องมีใคร
ๆ อยากเข้ามาปล่อยปลาอีกเยอะแน่ อย่ากระนั้นเลย
เราคงต้องทำการศึกษาให้แน่ชัด ปล่อยแล้วเป็นไง ปัญหาอยู่ตรงไหน แล้วทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาเหล่านั้น ? ข้อมูลพวกนี้คงมีส่วนช่วยให้เจตนาดีของผู้ช่วยทะเลประสบความสำเร็จมากขึ้น

ลูกศิษย์รายหนึ่งกำลังถดถอยกับวิทยานิพนธ์ที่ดูแล้วไม่สำเร็จหรอก ผมเสนอเรื่องนี้ให้ เขาสนใจทันที วางแผนการศึกษาจนเสร็จสรรพ
สร้างการทดลองใต้ทะเล
ทั้งจำนวนปลาที่ปล่อย อัตรารอด
ฯลฯ เราจะลองไปดูในทะเลว่าเป็นอย่างไร ธันวาคมปี
48 คือเดือดดีเดย์เริ่มการทดลอง

ก่อนหน้าเราจะเริ่มลงมือ มีการปล่อยปลาครั้งหนึ่ง 999 ตัว ลูกศิษย์ผมเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ ก่อนนำผลมารายงาน ปล่อยตอนเที่ยงวัน เช้าของอีกวันไม่มีปลาเหลือเลยสักตัว
ยังหมายถึงม้าน้ำ
299 ตัว หายเหี้ยนเรียบทะเล
นั่นคือหลักฐานอีกครั้ง การปล่อยปลาไม่ง่ายเลย ไม่ง่ายสักนิด
ไม่ง่ายเพราะเหตุใด ?

หนึ่งปลาที่เกิดจากการเพาะเลี้ยง ไม่เคยเห็นทะเล
ไม่รู้จักดอกไม้ทะเลด้วยซ้ำ เราพยายามแก้ปัญหา
โดยนำดอกไม้ทะเลไปใส่ไว้ในบ่อเลี้ยง แต่ดอกไม้หายาก แถมยังเพาะเลี้ยงไม่ได้ ต้องไปเก็บจากธรรมชาติ ทำไปทำมาจะกลายเป็นการสังหารหมู่ดอกไม้ทะเล

สองปลาโง่ นีโมไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นเป้านิ่ง
ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยว่ายหนีปลาอื่น
ไม่เคยฝึกฝีมือในธรรมชาติ
แม้จะเข้าไปอยู่กับดอกไม้ทะเล ก็อยู่อย่างงั้น ๆ
ลอยตัวกิ๊วก๊าว พอโดนปลาอื่นไล่ นีโมร้องว้ายว่ายหนีไม่ลืมหูลืมตา เข้าปากปลาอีกตัว

ตรงนี้คือหนึ่งสิ่งที่เรียนรู้ใหม่ การอาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเล ต้องใช้พฤติกรรมที่ฝึกฝน หากเป็นธรรมชาติ ปลาน้อยว่ายเข้ามา อาศัยในดอกไม้ทะเล ถูกปลาเจ้าถิ่นว่ายไล่
ถูกปลาอื่นล่า
แต่ละวันผ่านการฝึกฝน
ปลาอ่อนแอลาตาย
ปลาที่เหลือได้ผ่านการคัดเลือกสายพันธุ์ชำนิชำนาญถึงอยู่รอด
ทว่า
จู่ ๆ มนุษย์ก็เข้ามาจับปลาที่ผ่านการคัดเลือกเหล่านั้นไป
แล้วไง
คิดจะเอาปลามาคืนเรอะ ไม่ง่ายเช่นนั้นหรอก

ศัตรูของนีโมแบ่งเป็น 2 กลุ่ม หนึ่งคือผู้ล่า ปลานกขุนทองนับร้อย (หลายร้อยด้วย) เฮฮาพวกเราเหล่ามาชุมนุมประชุมใจรัก
กินปลาน้อยให้หมดสิ้น
ยังมีปลาเก๋าค่อยย่องมาใกล้ ปลากะพงหน้ามืดดอกม้งดอกไม้ทะเลไม่สนแล้ววุ้ย

อีกศัตรูดูเหมือนเพื่อน ได้แก่ ปลาการ์ตูนอินเดียน พวกเขาแม้เป็นสายพันธุ์เดียวกัน แต่ปลาสลิดหินเป็นปลามีอาณาเขต
เดิมทีผมเข้าใจว่าเฉพาะดอกไม้ทะเลที่ยึดครอง
จึงปล่อยนีโมในกอที่ว่าง แต่ปลาอินเดียนเจ้าปัญหา
ว่ายมาจากกอหนึ่งห่างไปนับสิบเมตร
เพื่อไล่นีโมน้อยผู้มาใหม่ในกอนี้
ไล่ไปไล่มา นีโมน้อยว่ายออกไปโดนปลาอื่นงับ
ยังมีปลาสลิดหินพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ปลาการ์ตูน
แต่มาร่วมไล่นีโมด้วยนะ
สรุปแล้วไม่มีปลาตัวไหนในทะเลชอบเจ้าปลาน้อยนี่สักราย

ผมไม่อาจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้หมด เพียงอยากบอกว่า มันยิ่งกว่าที่คุณคิด นักดำน้ำมือใหม่ลงไปขึ้นมาถึงร้องเหวอ บางคนทำท่าจะร้องไห้ด้วยซ้ำ
มือเก่าเคยมีประสบการณ์ยังหัวหมุน ถึงกระนั้น
เราอาศัยทุกความสามารถ ปล่อยปลาอีกชุด 800 ตัว ทำการศึกษาติดตามแบบซุ่มอยู่ในน้ำตลอดเวลา
ปล่อยตอนเที่ยง ตอนตะวันตกดิน มีปลาเหลือ
61 ตัว ข้ามคืนมาอีกวัน เหลือปลา 8 ตัว
ติดตามอีกห้าวันรวด ปลาแปดตัวยังคงรอด
เราจะกลับไปดูใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์

บทสรุปจากการปล่อย รวมปลาได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัว ปล่อยกัน 3 เที่ยว ใช้นักดำน้ำนับแล้วร่วมร้อยคน เฉพาะค่าเพาะปลา 50,000 บาท
ค่าเดินทางค่ากินค่าที่พักค่าเรือค่าน้ำมัน
ใช้เวลารวมกันสิบวันเศษ
ผมประเมินตัวเลขคร่าว ๆ
เป็นล้าน

เป็นล้านกับปลาที่รอดครั้งก่อน 2 ตัว ครั้งนี้
8 ตัว แต่ละตัวลงทุนราวหนึ่งแสนบาท ยังไม่นับแรงกายแรงใจที่ทุ่มลงไป ตั้งแต่การเพาะจนถึงการปล่อย

เรื่องนี้ยังไม่จบเพียงแค่เริ่ม เรายังต้องศึกษาพัฒนาวิธีการอีกครั้งและอีกครั้ง

แต่เรื่องนี้จบแล้วจบสนิท สำหรับการตอบคำถามว่า เมื่อเราจับปลามา คิดปล่อยปลาคืน
อะไรเกิดขึ้น
?


มนุษย์สร้างทะเลไม่ได้
มนุษย์ทำได้เพียงรักษาทะเล

ผู้จัดการออนไลน์ 15 มกราคม 2549 17:26 น.

Advertisements
This entry was posted in Nature, Environmental issues & Non-renewable resources. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s